Health

สรุปเรื่องราว ไผ่ทองไอศครีม เลือดข้นไอติมจาง

ไทม์ไลน์ ไผ่ทอง

  • 1950 Agong See Kim Cheng เริ่มขายไอศกรีม
  • ในปี 1955 อากงแต่งงานกับอาม่าที่เฮียง และเริ่มต้นธุรกิจไอศกรีม
  • พ.ศ. 2506 – 2527 เปิดโรงงานอย่างเป็นทางการแห่งแรกในชื่อ โรงงานไอศกรีมสีกิมเฉิง ตราบินหมี ตั้งอยู่บนถนนดำรงรักษ์สายแรก
  • 2514-2527 เปิดโรงงานอีกแห่งบนถนนเจริญรัถ และยังใช้ชื่อไอศกรีมว่า “หมีบิน” อีกด้วย
  • 2526 ย้ายโรงงานออกจากถนนดำรงรักษ์ และถนนเจริญรัถ มาที่บ้านเลขที่ 964/4 และก่อตั้งแบรนด์ไอศกรีมไผ่ทอง ซึ่งมาจากชื่อผู้ประดิษฐ์ นายสุนีย์ ชัยปฏิกุล ผู้ก่อตั้งชื่อและประดิษฐ์เครื่องหมายการค้ากับนายปรีชา ชัยปฏิกุล
  • 1992 โลโก้ประเภท 2
  • 2538 เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2538 นายบุญชัย ลูกชายคนเล็ก ออกจากบ้านและขาดการติดต่อไปหลายปี ต่อมาเขากลับมาเพื่อขอการให้อภัยจากพ่อแม่ เพื่อกลับเข้าไปในครอบครัวอีกครั้งในกลางปี ​​2544
  • พ.ศ. 2541 เนื่องจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นและกำลังการผลิตไม่เพียงพอ จึงได้ย้ายโรงงานไปที่เลขที่ 151 153 หมู่ที่ 5 ถนนพุทธมณฑลสาย 5 (สมุทรสาคร) และได้จัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ไผ่ทองสี กิมเฉิง ซึ่งเป็นบิดาและนาย . คิมเฉิง. โดยมีคุณเฮียง เหอ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของ หจก.ไผ่ทอง ซี กิมเฉิง
  • 2542 นายกิมเส็ง แซ่สี นางในเฮง และนายปรีชา ขออนุญาติจากนางสุนีย์ (สิรินุช) เจ้าของเครื่องหมายการค้าไผ่ทอง ให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยนายปรีชา ชัยปฏิกูล ในฐานะผู้ประกอบการ เครื่องหมายการค้าไอศกรีมไผ่ทองพร้อมโลโก้ไผ่เพื่อจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่ติดเหมือนเครื่องหมายการค้าน้ำปลาไผ่ทอง จึงปรับให้เป็นสากลมากขึ้น (โลโก้เก่า) ได้รับการจดทะเบียนและรับรองเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542 จนถึงปัจจุบัน
  • ในปี 2561 เมื่อต้นปี 2561 มีเหตุการณ์การขายไผ่ทองปลอมซ้อนในหลายพื้นที่ ทนายจึงต้องสอบสวนดำเนินคดีต่อไปจนบัดนี้
    ปัจจุบันในเดือนพฤษภาคม 2561 โลโก้ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย

ได้ยินจากไอศกรีมไผ่ทอง

ไอศกรีมไผ่ทอง ก่อตั้งมา 68 ปี จากรุ่นพ่อแม่ ปัจจุบัน นางเฮียง แซ่ศรี อายุ 82 ปี ยังคงดูแลกิจการอยู่ ก่อนหน้านั้นเด็ก 8 คนทำงานร่วมกัน ดูเหมือนเป็นพันธมิตร แต่ต่อมา บุญชัย ลูกคนที่ 6 ออกจากบ้านมาตั้งแต่ปี 2535 เพื่อทำธุรกิจ จนกระทั่งไม่นานมานี้ ฉันรู้ว่าฉันเข้าสู่ธุรกิจไอศกรีมภายใต้ชื่อและโลโก้ที่คล้ายคลึงกัน ไอศกรีมไผ่ทอง เพราะมีลูกค้าโทรมาถามเรื่องคุณภาพและยอดขายโดยไม่รู้บ้าน เพราะไม่ได้ติดต่อกับบุญชัยมาหลายปีแล้ว

  • ผู้ผลิตแบรนด์ ส. (ไอศกรีมไผ่ทอง) เป็นลูกชายคนที่ 6 ที่หนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 38 ปี
  • ที่ออกมาพูดเพราะมีคนบอกว่าไอติมไม่อร่อย เลยอยากบอกคนอื่นว่าที่กินไปไม่ใช่ของเขา
  • แบรนเอส (ไอซ์ครีมไผ่ทอง) เป็นแก๊ง 8 พี่น้อง (ยกเว้น 6) ทำในครอบครัวเท่านั้นไม่มีดราม่า
  • แบรนด์เอส (ไอศกรีมไผ่ทอง) เพิ่งเริ่มผลิตในปี 2542 สิ่งที่เราเคยทานที่ไผ่ทองและไผ่คือของจริง เพราะเพิ่งเปลี่ยนโลโก้
  • โลโก้เปลี่ยนไปเพราะตอนจะจดทะเบียนการค้า เจอน้ำปลาไผ่ทอง จากนั้นเขาก็ใช้ไม้ไผ่ เขาเลยเปลี่ยนโลโก้ไม่ใช่ไม้ไผ่
  • มาม่าอยู่กับแบรนด์เอส. (ไอติมปายทอง) และเป็นคนฟ้องแบรนด์เอส. (ไอศกรีมไผ่ทอง)
  • ที่สะกดแบรนด์ ไอศครีม แทนที่ ไอศครีม (เทอมองค์กร) เพราะหนึ่งในลูกสาวของครอบครัวเอซไม่ชอบ ฉันคิดว่า S ทำให้ฉันรู้สึกเศร้า พี่เสือดูแข็งแกร่งและแข็งแกร่ง เขาชื่อสุนีย์ จึงตั้งใจสะกดเป็นเสือ

ฟังเรื่องเล่าจากไอศกรีมไผ่ทอง

นายบุญชัย ชัยปฏิกุล อายุ 54 ปี เป็นบุตรคนที่หก เป็นบุตรที่สืบสานกิจการจากบิดา หลังจากปี พ.ศ. 2526 บิดาได้แบ่งมรดกให้เป็นบุตรชายสองคนในครอบครัว จากพี่น้อง 8 คน เป็นเด็กผู้หญิง 6 คน

  • พี่ชายคนโตเลือกก่อนว่าจะเอาทรัพย์สินอะไร ตอนนั้นพี่ชายไม่ได้เลือกธุรกิจไอศกรีม และยังเป็นโรงงานเพียงแค่บ้านเช่า บราเดอร์ได้เลือกทรัพย์สินแล้ว
  • พ่อของฉันถามว่าฉันจะทำโรงงานไอศกรีมไหม ถ้าไม่ฉันจะปิดโรงงาน ฉันอายุ 17-18 ปี แต่ฉันยอมรับและเริ่มทำงานที่โรงงาน ตอนนั้นฉันทำงานตั้งแต่ตีสี่ถึงเที่ยงคืน เหนื่อยมาก
  • เมื่อเวลาผ่านไป ธุรกิจก็เจริญรุ่งเรืองและขยายออกไปจนซื้ออาคารโรงงานที่สะพานขาว เป็นเจ้าของโรงงานไอศกรีมไผ่ทองตั้งแต่ปี 2530 ถึง 2538 แม่ของฉันเข้ามาทำธุรกิจนี้
  • พอแม่มาก็ต้องไปทำมาหากินอีก แม่พยายามโอนชื่อโรงงานให้เธอ แต่นายบุญชัยไม่ได้โอนกิจการไปรับไป กลับบ้านทำไม
  • แม่บอกให้ยอมรับว่าพูดออกมาดังๆ รอฉันตาย ตั้งแต่วันนั้นเราไม่พูดเลยเพราะคำภาษาจีนว่าตายแรงมาก
  • เมื่อไม่สามารถยึดโรงงานได้ แม่และพี่น้องได้ย้ายเครื่องจักร เพื่อเปิดอีกแห่ง ข้าพเจ้ากลับมาที่โรงงานเดิมเมื่อปลายปี พ.ศ. 2541 และพยายามระดมทุนเพื่อฟื้นฟูโรงงาน เปิดอีกครั้งในปี 2000
  • ปลายปี 2559 พี่ชายคนโตยังคงประชุมกันที่ร้านอาหารสยามพารากอน เพื่อหาวิธีคืนดีทั้งการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัว สัญญาว่าจะพบกันเดือนละครั้งเพื่อรับประทานอาหารกลางวันหรือแม้กระทั่งธุรกิจ สัญญาว่าจะไม่แข่งขัน ไม่เล่น price war กันเอง แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรจะพูดถึงวันนั้นจนถึงต้นปี 2561 ฉันได้รับคำร้องเรียนว่าแม่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย โดยใช้ตราไผ่ทอง
[tds_council]เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความขัดแย้งในครอบครัวเกิดขึ้น และตามที่แม่ฟ้อง ถือว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการดำเนินการและรอศาลตัดสิน ดีกว่าจบลงด้วยความรุนแรง มิฉะนั้นคนรุ่นต่อไปจะทะเลาะกันไม่รู้จบ[/tds_council]

ที่มา – @aiy_iye , ไอศครีมไผ่ทอง


ข้อมูลมากกว่านี้

สรุปเรื่องราว ไผ่ทองไอศครีม เลือดข้นไอติมจาง

ไทม์ไลน์ ไผ่ทอง

1950 Agong See Kim Cheng เริ่มขายไอศกรีม
ในปี พ.ศ. 2498 อากงแต่งงานกับอาม่าในเฮียง และเริ่มต้นธุรกิจไอศกรีม
พ.ศ. 2506 – 2527 เปิดโรงงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกในชื่อโรงงานไอศกรีมสีกิมเฉิง ตราบินหมี ตั้งอยู่ที่ถนนดำรงรักษ์สายแรก
พ.ศ. 2514 – 2527 เปิดโรงงานอีกแห่งบนถนนเจริญรัถ และยังใช้ชื่อไอศกรีม “หมีบิน” อีกด้วย
2526 ย้ายโรงงานจากถนนดำรงรักษ์ และถนนเจริญรัถ มาที่บ้านเลขที่ 964/4 และก่อตั้งแบรนด์ไอศกรีมไผ่ทอง ซึ่งมาจากชื่อผู้ประดิษฐ์ นายสุนีย์ ชัยปฏิกูล ผู้ก่อตั้งชื่อและประดิษฐ์เครื่องหมายการค้ากับ นายปรีชา ชัยปฏิกุล
1992 โลโก้ประเภท 2
2538 เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2538 นายบุญชัย ลูกชายคนสุดท้อง ออกจากบ้าน และขาดการติดต่อไปหลายปี ต่อมาเขากลับมาเพื่อขอการอภัยจากพ่อแม่ให้กลับเข้ามาในครอบครัวในกลางปี ​​2544
2541 เนื่องจากเพิ่มจำนวนสาขาและกำลังการผลิตไม่เพียงพอ จึงได้ย้ายโรงงานไปที่เลขที่ 151 153 หมู่ที่ 5 ถนนพุทธมณฑลสาย 5 (สมุทรสาคร) และได้จัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ไผ่ทองสี กิมเฉิง ซึ่งเป็นบิดา และนายกิมเฉิง โดยมีนายเฮียง เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทไผ่ทอง ซี กิมเฉิง LP
2542 นายกิมเส็ง แซ่สี นางในเหิง และนายปรีชา ได้ขออนุญาตจากนางสุนีย์ (ศิรินุช) เจ้าของเครื่องหมายการค้าไผ่ทอง ให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยนายปรีชา ชัยปฏิกุล เป็นผู้ประกอบการ เครื่องหมายการค้าไอศกรีมไผ่ทองพร้อมโลโก้ไม้ไผ่ เพื่อจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแต่ติดเหมือนเครื่องหมายการค้าน้ำปลาไผ่ทอง จึงปรับให้เป็นสากลมากขึ้น (โลโก้เก่า) ได้รับการจดทะเบียนและรับรองเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542 จนถึงปัจจุบัน
ปี 2561 เมื่อต้นปี 2561 มีเหตุการณ์ขายไผ่ทองปลอมทับซ้อนกันในหลายพื้นที่ ทนายจึงต้องสอบสวนและดำเนินคดีต่อไปจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันในเดือนพฤษภาคม 2561 ได้มีการปรับโลโก้ให้ทันสมัยขึ้น

ได้ยินจากไอศกรีมไผ่ทอง

ไอศกรีมไผ่ทอง ก่อตั้งมาเป็นเวลา 68 ปี จากรุ่นพ่อแม่ ปัจจุบัน คุณนาย เฮียง แซ่ สี อายุ 82 ปี ยังดูแลกิจการอยู่ ก่อนหน้านั้นเด็ก 8 คนทำงานด้วยกัน ดูเหมือนเป็นพันธมิตร แต่ต่อมา บุญชัย ลูกคนที่ 6 ได้ออกจากบ้านตั้งแต่ปี 2535 เพื่อทำธุรกิจต่างๆ จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ฉันรู้ว่าฉันไปทำธุรกิจไอศกรีมภายใต้ชื่อและโลโก้ที่คล้ายกัน ชื่อต่าง ๆ ในการสะกดของบุญชัยใช้ชื่อ ไอศกรีมไผ่ทอง เพราะมีลูกค้าโทรมาถามเรื่องคุณภาพและยอดขายโดยไม่รู้บ้าน เพราะไม่ได้ติดต่อกับบุญชัยมาหลายปีแล้ว

ผู้ผลิตแบรนด์ ส. (ไอศกรีมไผ่ทอง) เป็นลูกชายคนที่ 6 ที่หนีออกจากบ้านตั้งแต่ 38
ที่ออกมาพูดเพราะมีคนบอกว่าไอติมไม่ค่อยอร่อย เขาเลยอยากบอกคนอื่นว่าสิ่งที่เขากินไม่ใช่ของเขา
แบรนเอส (ไอศกรีมไผ่ทอง) เป็นแก๊งค์ 8 พี่น้อง (ยกเว้นคนที่ 6) ทำเฉพาะในครอบครัวไม่มีดราม่า
แบรนด์เอส (ไอศกรีมไผ่ทอง) เพิ่งเริ่มผลิตในปี 2542 สิ่งที่เราเคยกินไผ่ทองกับไผ่คือของจริง เพราะเพิ่งเปลี่ยนโลโก้
โลโก้เปลี่ยนไปเพราะตอนจะจดทะเบียนการค้าเจอน้ำปลาไผ่ทอง จากนั้นเขาก็ใช้ไม้ไผ่ด้วย ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนโลโก้ไม่ใช่ไม้ไผ่
มาม่าอยู่กับแบรนด์เอส (ไอศกรีมไผ่ทอง) และเป็นคนฟ้องแบรนด์เอส (ไอศกรีมไผ่ทอง)
ที่แบรนด์สะกด ไอศกรีม แทน ไอศกรีม (คำที่ถูกต้องตามราชสำนัก) เพราะลูกสาวคนหนึ่งของครอบครัวไม่ชอบเอส คิดว่าเอสทำให้รู้สึกเศร้า ส.เสือดูแข็งแกร่งและแข็งแกร่ง เขาชื่อสุนีย์ จึงตั้งใจจะสะกดด้วยเสือ

ฟังเรื่องเล่าจากไอศกรีมไผ่ทอง

นายบุญชัย ชัยปฏิกุล อายุ 54 ปี เป็นบุตรคนที่หก เป็นบุตรที่สืบสานกิจการจากบิดา หลังปี พ.ศ. 2526 พ่อได้แบ่งมรดกให้กับลูกชายสองคนในครอบครัว จากพี่น้องทั้งหมด 8 คน เป็นเด็กผู้หญิง 6 คน

พี่ชายคนโตเลือกก่อนว่าจะเอาทรัพย์สินอะไร ตอนนั้นพี่ชายไม่ได้เลือกธุรกิจไอศกรีม และยังเป็นโรงงานเพียงแค่บ้านเช่า บราเดอร์ได้เลือกทรัพย์สินแล้ว
พ่อถามผมว่าจะเอาโรงงานไอศกรีมไหม ถ้าไม่ ผมจะปิดโรงงาน ฉันอายุ 17-18 ปี แต่ฉันยอมรับและเริ่มทำงานที่โรงงาน ตอนนั้นฉันทำงานตั้งแต่ตีสี่ถึงเที่ยงคืน เหนื่อยมาก
เมื่อเวลาผ่านไป ธุรกิจก็เจริญรุ่งเรืองและขยายออกไปจนซื้ออาคารโรงงานที่สะพานขาว เป็นเจ้าของโรงงานไอศกรีมไม้ไผ่สีทองตั้งแต่ปี 2530 ถึง 2538 แม่ของฉันเข้ามาทำธุรกิจนี้
เมื่อแม่มาก็ต้องไปทำมาหากินอีก แม่พยายามโอนชื่อโรงงานให้แม่ แต่นายบุญชัยไม่โอนกิจการไปเอาไป ทำไมต้องเอาบ้าน
แม่บอกให้โอน ยอมรับว่าพูดออกมาดังๆ รอฉันตาย ตั้งแต่วันนั้นเราไม่คุยกันเลยเพราะคำว่าตายของคนจีนมันแรงมาก
เมื่อไม่สามารถยึดโรงงานได้ แม่และพี่น้องได้ย้ายเครื่องจักร เพื่อเปิดที่อื่น ข้าพเจ้าเองกลับมาที่โรงงานเดิมในปลายปี 2541 และพยายามหาทุนเพื่อฟื้นฟูโรงงาน เปิดอีกครั้งในปี 2543
ปลายปี 2559 พี่ชายคนโตยังนัดคุยที่ร้านอาหารสยามพารากอน เพื่อหาวิธีปรองดองทั้งเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัว สัญญาว่าจะพบปะกันเดือนละครั้งเพื่อรับประทานอาหารกลางวันหรือแม้แต่ในเชิงธุรกิจ สัญญาว่าจะไม่แข่งขันกัน ไม่เล่นสงครามราคากันเอง แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรจะพูดถึงวันนั้นจนถึงต้นปี 2561 ฉันได้รับเรื่องร้องเรียนว่าแม่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ที่ใช้ตราไผ่ทอง

[tds_council]เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความขัดแย้งในครอบครัวแบบนี้เกิดขึ้น และตามที่แม่ฟ้อง ถือว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสู่กระบวนการเพื่อรอให้ศาลตัดสิน ก็ยังดีกว่าจบลงด้วยแรงทำร้ายกันไม่เช่นนั้นรุ่นหลังจะเกิดการทะเลาะวิวาทกันไม่รู้จบ[/tds_council] ที่มา – @aiy_iye , ไอศกรีมไผ่ทอง

#สรปเรองราว #ไผทองไอศครม #เลอดขนไอตมจาง

ไทม์ไลน์ ไผ่ทอง

1950 Agong See Kim Cheng เริ่มขายไอศกรีม
ในปี พ.ศ. 2498 อากงแต่งงานกับอาม่าในเฮียง และเริ่มต้นธุรกิจไอศกรีม
พ.ศ. 2506 – 2527 เปิดโรงงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกในชื่อโรงงานไอศกรีมสีกิมเฉิง ตราบินหมี ตั้งอยู่ที่ถนนดำรงรักษ์สายแรก
พ.ศ. 2514 – 2527 เปิดโรงงานอีกแห่งบนถนนเจริญรัถ และยังใช้ชื่อไอศกรีม “หมีบิน” อีกด้วย
2526 ย้ายโรงงานจากถนนดำรงรักษ์ และถนนเจริญรัถ มาที่บ้านเลขที่ 964/4 และก่อตั้งแบรนด์ไอศกรีมไผ่ทอง ซึ่งมาจากชื่อผู้ประดิษฐ์ นายสุนีย์ ชัยปฏิกูล ผู้ก่อตั้งชื่อและประดิษฐ์เครื่องหมายการค้ากับ นายปรีชา ชัยปฏิกุล
1992 โลโก้ประเภท 2
2538 เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2538 นายบุญชัย ลูกชายคนสุดท้อง ออกจากบ้าน และขาดการติดต่อไปหลายปี ต่อมาเขากลับมาเพื่อขอการอภัยจากพ่อแม่ให้กลับเข้ามาในครอบครัวในกลางปี ​​2544
2541 เนื่องจากเพิ่มจำนวนสาขาและกำลังการผลิตไม่เพียงพอ จึงได้ย้ายโรงงานไปที่เลขที่ 151 153 หมู่ที่ 5 ถนนพุทธมณฑลสาย 5 (สมุทรสาคร) และได้จัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ไผ่ทองสี กิมเฉิง ซึ่งเป็นบิดา และนายกิมเฉิง โดยมีนายเฮียง เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทไผ่ทอง ซี กิมเฉิง LP
2542 นายกิมเส็ง แซ่สี นางในเหิง และนายปรีชา ได้ขออนุญาตจากนางสุนีย์ (ศิรินุช) เจ้าของเครื่องหมายการค้าไผ่ทอง ให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยนายปรีชา ชัยปฏิกุล เป็นผู้ประกอบการ เครื่องหมายการค้าไอศกรีมไผ่ทองพร้อมโลโก้ไม้ไผ่ เพื่อจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแต่ติดเหมือนเครื่องหมายการค้าน้ำปลาไผ่ทอง จึงปรับให้เป็นสากลมากขึ้น (โลโก้เก่า) ได้รับการจดทะเบียนและรับรองเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542 จนถึงปัจจุบัน
ปี 2561 เมื่อต้นปี 2561 มีเหตุการณ์ขายไผ่ทองปลอมทับซ้อนกันในหลายพื้นที่ ทนายจึงต้องสอบสวนและดำเนินคดีต่อไปจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันในเดือนพฤษภาคม 2561 ได้มีการปรับโลโก้ให้ทันสมัยขึ้น

ได้ยินจากไอศกรีมไผ่ทอง

ไอศกรีมไผ่ทอง ก่อตั้งมาเป็นเวลา 68 ปี จากรุ่นพ่อแม่ ปัจจุบัน คุณนาย เฮียง แซ่ สี อายุ 82 ปี ยังดูแลกิจการอยู่ ก่อนหน้านั้นเด็ก 8 คนทำงานด้วยกัน ดูเหมือนเป็นพันธมิตร แต่ต่อมา บุญชัย ลูกคนที่ 6 ได้ออกจากบ้านตั้งแต่ปี 2535 เพื่อทำธุรกิจต่างๆ จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ฉันรู้ว่าฉันไปทำธุรกิจไอศกรีมภายใต้ชื่อและโลโก้ที่คล้ายกัน ชื่อต่าง ๆ ในการสะกดของบุญชัยใช้ชื่อ ไอศกรีมไผ่ทอง เพราะมีลูกค้าโทรมาถามเรื่องคุณภาพและยอดขายโดยไม่รู้บ้าน เพราะไม่ได้ติดต่อกับบุญชัยมาหลายปีแล้ว

ผู้ผลิตแบรนด์ ส. (ไอศกรีมไผ่ทอง) เป็นลูกชายคนที่ 6 ที่หนีออกจากบ้านตั้งแต่ 38
ที่ออกมาพูดเพราะมีคนบอกว่าไอติมไม่ค่อยอร่อย เขาเลยอยากบอกคนอื่นว่าสิ่งที่เขากินไม่ใช่ของเขา
แบรนเอส (ไอศกรีมไผ่ทอง) เป็นแก๊งค์ 8 พี่น้อง (ยกเว้นคนที่ 6) ทำเฉพาะในครอบครัวไม่มีดราม่า
แบรนด์เอส (ไอศกรีมไผ่ทอง) เพิ่งเริ่มผลิตในปี 2542 สิ่งที่เราเคยกินไผ่ทองกับไผ่คือของจริง เพราะเพิ่งเปลี่ยนโลโก้
โลโก้เปลี่ยนไปเพราะตอนจะจดทะเบียนการค้าเจอน้ำปลาไผ่ทอง จากนั้นเขาก็ใช้ไม้ไผ่ด้วย ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนโลโก้ไม่ใช่ไม้ไผ่
มาม่าอยู่กับแบรนด์เอส (ไอศกรีมไผ่ทอง) และเป็นคนฟ้องแบรนด์เอส (ไอศกรีมไผ่ทอง)
ที่แบรนด์สะกด ไอศกรีม แทน ไอศกรีม (คำที่ถูกต้องตามราชสำนัก) เพราะลูกสาวคนหนึ่งของครอบครัวไม่ชอบเอส คิดว่าเอสทำให้รู้สึกเศร้า ส.เสือดูแข็งแกร่งและแข็งแกร่ง เขาชื่อสุนีย์ จึงตั้งใจจะสะกดด้วยเสือ

ฟังเรื่องเล่าจากไอศกรีมไผ่ทอง

นายบุญชัย ชัยปฏิกุล อายุ 54 ปี เป็นบุตรคนที่หก เป็นบุตรที่สืบสานกิจการจากบิดา หลังปี พ.ศ. 2526 พ่อได้แบ่งมรดกให้กับลูกชายสองคนในครอบครัว จากพี่น้องทั้งหมด 8 คน เป็นเด็กผู้หญิง 6 คน

พี่ชายคนโตเลือกก่อนว่าจะเอาทรัพย์สินอะไร ตอนนั้นพี่ชายไม่ได้เลือกธุรกิจไอศกรีม และยังเป็นโรงงานเพียงแค่บ้านเช่า บราเดอร์ได้เลือกทรัพย์สินแล้ว
พ่อถามผมว่าจะเอาโรงงานไอศกรีมไหม ถ้าไม่ ผมจะปิดโรงงาน ฉันอายุ 17-18 ปี แต่ฉันยอมรับและเริ่มทำงานที่โรงงาน ตอนนั้นฉันทำงานตั้งแต่ตีสี่ถึงเที่ยงคืน เหนื่อยมาก
เมื่อเวลาผ่านไป ธุรกิจก็เจริญรุ่งเรืองและขยายออกไปจนซื้ออาคารโรงงานที่สะพานขาว เป็นเจ้าของโรงงานไอศกรีมไม้ไผ่สีทองตั้งแต่ปี 2530 ถึง 2538 แม่ของฉันเข้ามาทำธุรกิจนี้
เมื่อแม่มาก็ต้องไปทำมาหากินอีก แม่พยายามโอนชื่อโรงงานให้แม่ แต่นายบุญชัยไม่โอนกิจการไปเอาไป ทำไมต้องเอาบ้าน
แม่บอกให้โอน ยอมรับว่าพูดออกมาดังๆ รอฉันตาย ตั้งแต่วันนั้นเราไม่คุยกันเลยเพราะคำว่าตายของคนจีนมันแรงมาก
เมื่อไม่สามารถยึดโรงงานได้ แม่และพี่น้องได้ย้ายเครื่องจักร เพื่อเปิดที่อื่น ข้าพเจ้าเองกลับมาที่โรงงานเดิมในปลายปี 2541 และพยายามหาทุนเพื่อฟื้นฟูโรงงาน เปิดอีกครั้งในปี 2543
ปลายปี 2559 พี่ชายคนโตยังนัดคุยที่ร้านอาหารสยามพารากอน เพื่อหาวิธีปรองดองทั้งเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัว สัญญาว่าจะพบปะกันเดือนละครั้งเพื่อรับประทานอาหารกลางวันหรือแม้แต่ในเชิงธุรกิจ สัญญาว่าจะไม่แข่งขันกัน ไม่เล่นสงครามราคากันเอง แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรจะพูดถึงวันนั้นจนถึงต้นปี 2561 ฉันได้รับเรื่องร้องเรียนว่าแม่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ที่ใช้ตราไผ่ทอง

[tds_council]เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความขัดแย้งในครอบครัวแบบนี้เกิดขึ้น และตามที่แม่ฟ้อง ถือว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสู่กระบวนการเพื่อรอให้ศาลตัดสิน ก็ยังดีกว่าจบลงด้วยแรงทำร้ายกันไม่เช่นนั้นรุ่นหลังจะเกิดการทะเลาะวิวาทกันไม่รู้จบ[/tds_council] ที่มา – @aiy_iye , ไอศกรีมไผ่ทอง

#สรปเรองราว #ไผทองไอศครม #เลอดขนไอตมจาง


#สรปเรองราว #ไผทองไอศครม #เลอดขนไอตมจาง

Tổng hợp: Vik News

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *

Back to top button